Sonntag, 11. Oktober 2015

ปัญหาและเฉลย (วิชาธรรม) ธรรมศึกษาชั้นตรี ปี ๒๕๔๘

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘
คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)
....................................................... 
๑. ผู้มีความรอบคอบ ทำงานมีประสิทธิภาพ เพราะมีธรรมอะไร ?
ก. ธรรมมีอุปการะมาก
ข. ธรรมเป็นโลกบาล
ค. ธรรมอันทำให้งาม
ง. ธรรมเป็นเครื่องเจริญ


๒. “มียศอย่าประมาท มีอำนาจอย่ามัวเมา” สอนให้มีธรรมอะไร ?
ก. ขันติ
ข. สติ
ค. โสรัจจะ
ง. สัมปชัญญะ


๓. การก่อการร้ายเป็นเหตุให้โลกเดือดร้อน เพราะขาดคุณธรรมใด ?
ก. สติ-สัมปชัญญะ
ข. หิริ-โอตตัปปะ
ค. ขันติ-โสรัจจะ
ง. ฉันทะ-วิริยะ

๔. คนมีโอตตัปปะ ย่อมเกิดความรู้สึกอย่างไร ?
ก. กลัวจะถูกลงโทษ
ข. กลัวเสียชื่อ
ค. กลัวตกนรก
ง. ถูกทุกข้อ

๕. “ใครแช่ง ใครด่า ใครว่า เราเหมือนภูเขาถูกไข่ไม่ไหวหวั่น” สอนให้มีธรรมอะไร ?
ก. ขันติ
ข. สติ
ค. หิริ
ง. สัมปชัญญะ

๖. ความงามในข้อใด นับว่าสำคัญที่สุด ?
ก. งามเสื้อผ้าอาภรณ์
ข. งามรูปร่างหน้าตา
ค. งามกิริยามารยาท
ง. งามคุณธรรม

๗. “ยามตายจะได้ฝากผี ยามดีจะได้ฝากท้อง ยามขัดข้องจะได้ช่วยแก้ไข” เป็นความหวังของใคร ?
ก. บิดามารดา
ข. ครูอาจารย์
ค. บุตรธิดา
ง. มิตรสหาย

๘. ความรักของบิดามารดา ตรงกับข้อใด ?
ก. รักแบบบูชา
ข. รักแบบเสน่หา
ค. รักแบบเอ็นดู
ง. รักยิ่งกว่าชีวิต

๙. สินค้าคุณภาพดีให้ดูยี่ห้อ จะดูคนดีให้ดูที่อะไร ?
ก. ทำบุญเป็นนิจ
ข. ติดต่อสังคมดี
ค. ทำหน้าที่ได้ถูกต้อง
ง. สนองตอบแทนบุญคุณ

๑๐. ชาวพุทธพึงยึดถืออะไร เป็นที่พึ่งที่ระลึก ?
ก. พระไตรปิฎก
ข. พระรัตนตรัย
ค. ไตรสิกขา
ง. โอวาทปาฏิโมกข์

๑๑. คำว่า “รักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว” เป็นคุณของข้อใด ?
ก. พระพุทธเจ้า
ข. พระธรรม
ค. พระสงฆ์
ง. พระราชา

๑๒. พระพุทธเจ้าตรัสกะองคุลิมาลว่า “เราหยุดแล้ว ท่านสิยังไม่หยุด” หมายถึงหยุดอะไร ?
ก. หยุดทำบาป
ข. หยุดฆ่าคน
ค. หยุดโกรธ
ง. หยุดเดิน

๑๓. เมื่อเดินทางผิด คิดกลับเดินทางใหม่ สงเคราะห์เข้าในโอวาทใด ?
ก. ละชั่ว
ข. ทำดี
ค. ทำจิตให้ผ่องใส
ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก

๑๔. การเขียนหนังสือหลอกลวงให้คนเข้าใจผิด จัดเป็นทุจริตข้อใด ?
ก. กายทุจริต
ข. วจีทุจริต
ค. มโนทุจริต
ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก

๑๕. วาจาใด เป็นเหตุให้ทะเลาะวิวาทและแตกสามัคคี ?
ก. พูดเท็จ
ข. พูดส่อเสียด
ค. พูดคำหยาบ
ง. พูดเพ้อเจ้อ

๑๖. คนมักโกรธ ขี้โมโห ฉุนเฉียว มีพฤติกรรมทางวาจาอย่างไร ?
ก. วาจาเท็จ
ข. วาจาส่อเสียด
ค. วาจาหยาบ
ง. วาจาเพ้อเจ้อ

๑๗. พฤติกรรมยกพวกตีกัน ฆ่าฟันจองเวรกัน มีอกุศลอะไรเป็นมูล ?
ก. โลภะ
ข. โทสะ
ค. โมหะ
ง. โทสะ และโมหะ

๑๘. ผู้ค้ายาเสพติด เพราะจิตประกอบด้วยอกุศลมูลใด ?
ก. โลภะ โทสะ
ข. โลภะ โมหะ
ค. โทสะ โมหะ
ง. ราคะ โทสะ

๑๙. “ยามอยู่ก็อุปัฏฐาก ล้มหายตายจากก็ช่วยทำศพให้” เป็นลักษณะของบุคคลใด ?
ก. กตัญญู
ข. กตเวที
ค. กตัญญูกตเวที
ง. บุพพการี


๒๐. “ทำดี พูดดี คิดดี” เป็นลักษณะของใคร ?
ก. สัตบุรุษ
ข. พระภิกษุ
ค. บิดามารดา
ง. ครูอาจารย์

๒๑. ความมีระเบียบวินัย เคารพกฎเกณฑ์ของสังคม จัดเข้าในบุญกิริยาวัตถุใด ?
ก. ทานมัย
ข. สีลมัย
ค. ภาวนามัย
ง. ข้อ ก. และข้อ ค. ถูก

๒๒. การฟังธรรมจัดเข้าในบุญกิริยาวัตถุ ๓ ข้อใด ?
ก. ทานมัย
ข. สีลมัย
ค. ภาวนามัย
ง. ถูกทุกข้อ

๒๓. ความเจริญแห่งชีวิตจะสำเร็จได้ด้วยอาการอย่างไร ?
ก. เรียนเก่งจบชั้นสูงๆ
ข. ประพฤติปฏิบัติดี
ค. เจริญภาวนา
ง. เสริมดวงชะตา

๒๔. คำว่า “วาสนา” ในภาษิตว่า “มีวาสนาเป็นทุน มีบุญเป็นยา…ทำให้อายุยืน” หมายถึงอะไร ?
ก. อยู่ในประเทศอันสมควร
ข. คบสัตบุรุษ
ค. ตั้งตนไว้ชอบ
ง. การได้ทำบุญไว้ในปางก่อน

๒๕. “ฟังไม่ได้ศัพท์ จับเอาไปกระเดียด” เป็นพฤติกรรมของคนเชื่อง่าย เพราะขาดธรรมอะไร ?
ก. คบสัตบุรุษ
ข. ฟังธรรมของสัตบุรุษ
ค. ตริตรองพิจารณาโดยแยบคาย
ง. ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม

๒๖. การตั้งตนไว้ชอบ หมายถึงข้อใด ?
ก. อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม
ข. คบคนดี
ค. ทำบุญมากๆ
ง. ละชั่วประพฤติดี

๒๗. ปฏิบัติซื่อ ถือเที่ยงตรง เช่นเปาบุ้นจิ้น เพราะยึดธรรมข้อใด ?
ก. เว้นทุจริต ๓
ข. เว้นอคติ ๔
ค. มีจักร ๔
ง. มีพรหมวิหาร ๔

๒๘. ชีวิตก้าวหน้า เพราะดำรงตนอย่างไร ?
ก. คบสัตบุรุษ
ข. หยุดทำชั่ว
ค. วางตัวตามคำสอน
ง. ถูกทุกข้อ

๒๙. คุณธรรมให้สำเร็จตามประสงค์ เรียกว่าอะไร ?
ก. วุฒิ ๔
ข. จักร ๔
ค. อธิษฐานธรรม ๔
ง. อิทธิบาท ๔

๓๐. ความจนในข้อใด ก่อทุกข์ให้ผู้อื่น ?
ก. จนเพราะไม่มี
ข. จนเพราะไม่พอ
ค. จนเพราะแล้งน้ำใจ
ง. จนเพราะขาดแคลนน้ำ

๓๑. ตัณหา เป็นตัวชักพาให้เกิดอะไรขึ้น ?
ก. ความรัก
ข. ความสุข
ค. ความโกรธ
ง. ความทุกข์

๓๒. มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลาง ตรงกับอริยสัจ ๔ ข้อใด ?
ก. ทุกข์
ข. สมุทัย
ค. นิโรธ
ง. มรรค

๓๓. ธรรมในข้อใด ควรพิจารณาเนืองๆ ?
ก. หนีแก่ไม่ได้ หนีไข้ไม่พ้น
ข. ทุกคนต้องตาย ต้องห่างไกลของรัก
ค. ต้องยึดหลักกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ง. ถูกทุกข้อ

๓๔. “อยู่ให้เขารัก จากให้เขาคิดถึง” จัดเข้าในธรรมหมวดใด ?
ก. อภิณหปัจจเวกขณ์ ๕
ข. คารวะ ๖
ค. สาราณิยธรรม ๖
ง. พรหมวิหาร ๔

๓๕. ความเคารพในการศึกษา ควรทำอย่างไร ?
ก. กราบไหว้ตำราเรียน
ข. เชื่อตำราอย่างเด็ดเดี่ยว
ค. ปลูกอิทธิบาทในการศึกษา
ง. ปลูกวุฒิธรรมในการศึกษา

๓๖. คุณสมบัติพิเศษของอริยทรัพย์คือข้อใด ?
ก. ทำให้ประพฤติดี
ข. โจรลักไม่ได้ ยิ่งใช้ยิ่งมี
ค. ทำให้กลัวบาป
ง. ทำให้เรียนเก่ง ดี มีสุข

๓๗. “จ่ายหมดจะลำบาก จ่ายมากจะยากนาน” ตรงกับข้อใด ?
ก. อัตถัญญุตา
ข. อัตตัญญุตา
ค. มัตตัญญุตา
ง. กาลัญญุตา

๓๘. “ช้าๆ ได้พร้า ๒ เล่มงาม” จัดเข้าในสัปปุริสธรรมข้อใด ?
ก. ธัมมัญญุตา
ข. อัตถัญญุตา
ค. มัตตัญญุตา
ง. กาลัญญุตา

๓๙. “มีลาภ เสื่อมลาภ มีสุข มีทุกข์ ……” เรียกว่าอะไร ?
ก. โลกธรรม
ข. สัปปุริสธรรม
ค. วุฒิธรรม
ง. อิทธิบาทธรรม

๔๐. จากข้อ ๓๙ เมื่อธรรมนั้นเกิดขึ้นแล้ว ควรทำในใจอย่างไร ?
ก. ชื่นชมให้สมที่รอคอย
ข. พิจารณาว่าไม่เที่ยง
ค. พิจารณาว่าเป็นทุกข์
ง. ไม่ยินดียินร้าย

๔๑. ทำอย่างไร จึงจะตั้งตัวได้ในสังคมปัจจุบันนี้ ?
ก. งดดื่มสุราเมรัย
ข. งดเที่ยวกลางคืน
ค. คบกัลยาณมิตร
ง. บำเพ็ญทิฏฐธัมมิกัตถะ

๔๒. ผู้ใดชื่อว่ามีอุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ?
ก. ขยันเรียน ขยันทำงาน
ข. ขยันเก็บ ขยันใช้
ค. ขยันหา ขยันดูแล
ง. ขยันพูด ขยันคิด

๔๓. เพื่อนที่ยอมร่วมหัวจมท้ายแม้ยามมีภัย จัดเป็นมิตรแท้ข้อใด ?
ก. มิตรมีอุปการะ
ข. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์
ค. มิตรแนะประโยชน์
ง. มิตรมีความรักใคร่

๔๔. ลักษณะของเพื่อนที่ชักชวนไปในทางฉิบหาย ตรงกับข้อใด ?
ก. มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก
ข. ปากปราศรัยใจเชือดคอ
ค. มีเงินนับเป็นน้องมีทองนับเป็นพี่
ง. เช้าฮา เย็นเฮ ค่ำเซ ดึกสร่าง สว่างซ้ำ

๔๕. ผู้ปฏิบัติตามธรรมใด จึงจะสามารถยึดเหนี่ยวน้ำใจผู้อื่นไว้ได้ ?
ก. พรหมวิหาร
ข. ฆราวาสธรรม
ค. วุฒิธรรม
ง. สังคหวัตถุ

๔๖. ฆราวาสต้องยึดธรรมข้อใด เป็นหลักปฏิบัติ ?
ก. สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ
ข. สัทธา สีล จาคะ ปัญญา
ค. ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ง. เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

๔๗. “อย่าเอาวัดทำวิก อย่าเอาโบสถ์ทำบ่อน” หมายความว่าอะไร ?
ก. อย่าเล่นการพนันในวัด
ข. อย่าทำอนาจารในวัด
ค. อย่าดื่มสุราในวัด
ง. อย่าทำอบายมุขในวัด

๔๘. การไม่ถือมงคลตื่นข่าว มีลักษณะเช่นไร ?
ก. เชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล
ข. เชื่อมงคล ไม่เชื่อกรรม
ค. เชื่อกรรม เชื่อมงคล
ง. ไม่เชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล

๔๙. “นิยมยกย่อง ปกป้องเชิดชู ไม่เจ้าชู้นอกใจ มอบความเป็นใหญ่ ให้เครื่องประดับ” คือหน้าที่ของใคร ?
ก. สามี
ข. ภรรยา
ค. บ่าว
ง. มิตร

๕๐. “กายเมตตา วาจาไมตรี ฤดีมุ่งมิตร ไม่ปิดทวาร ให้ทานเสมอ” เป็นคุณสมบัติของใคร ?
ก. มิตร
ข. เจ้านาย
ค. กุลบุตร
ง. สมณพราหมณ์

.......................................................
ผู้ออกข้อสอบ :
๑. พระราชดิลก วัดปทุมวนาราม
๒. พระศรีกิตติโสภณ วัดสามพระยา
๓. พระปริยัติสารเมธี วัดราชผาติการาม
ตรวจ/ปรับปรุง :
สนามหลวงแผนกธรรม



Keine Kommentare: