Samstag, 19. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๑๒. อัตตวรรค


๑๒. อตฺตวคฺโค
คาถาธรรมบท อัตตวรรคที่ ๑๒

๑๕๗.
อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา, รกฺเขยฺย นํ สุรกฺขิตํ
ติณฺณํ อญฺญตรํ ยามํ, ปฏิชคฺเคยฺย ปณฺฑิโตฯ

หากว่าบุคคลพึงรู้ว่าตนเป็นที่รักไซร้
พึงรักษาตนนั้นไว้ ให้เป็นอัตภาพอันตนรักษาดีแล้ว
บัณฑิตพึงประคับประคองตนไว้ ตลอดยามทั้งสาม ยามใดยามหนึ่ง (๑๒:)

๑๕๘.
อตฺตานเมว ปฐมํ, ปฏิรูเป นิเวสเย;

อถญฺญมนุสาเสยฺย, น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโตฯ

บุคคลพึงยังตนนั้นแลให้ตั้งอยู่ในคุณอันสมควรเสียก่อน
พึงพร่ำสอนผู้อื่นในภายหลัง บัณฑิตไม่พึงเศร้าหมอง. (๑๒:)

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๑๑. ชราวรรค


๑๑. ชราวคฺโค
คาถาธรรมบท ชราวรรคที่ ๑๑

๑๔๖.
โก นุ หาโส กิมานนฺโท, นิจฺจํ ปชฺชลิเต สติ
อนฺธกาเรน โอนทฺธา, ปทีปํ น คเวสถฯ

ร่าเริงอะไรกันหนอ ยินดีอะไรกัน 
ในเมื่อโลกสันนิวาสถูกไฟไหม้โพล่งแล้วเป็นนิตย์
 ท่านทั้งหลายถูกความมืดหุ้มห่อแล้ว 
เพราะเหตุไรจึงไม่แสวงหาประทีป. (๑๑:)

๑๔๗.
ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพํ, อรุกายํ สมุสฺสิตํ;
อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ, ยสฺส นตฺถิ ธุวณฺฐิติฯ

ท่านจงดูอัตภาพอันบุญกรรมทำให้วิจิตรแล้ว
มีกายเป็นแผล อันกระดูกสามร้อยท่อนปรุงขึ้นแล้ว
กระสับกระส่าย อันมหาชนดำริกันโดยมาก
ไม่มีความยั่งยืนมั่นคง. (๑๑:)

Donnerstag, 17. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๑๐. ทัณฑวรรค


๑๐. ทณฺฑวคฺโค
คาถาธรรมบท ทัณฑวรรคที่ ๑๐

๑๒๙.
สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน;

อตฺตานํ อุปมํ กตฺวา, น หเนยฺย น ฆาตเยฯ

ภิกษุทำตนให้เป็นอุปมาว่า สัตว์ทั้งปวงย่อม
สะดุ้งต่ออาชญาสัตว์ทั้งปวงย่อมกลัวต่อความตาย
แล้วไม่พึงฆ่าเอง ไม่พึงใช้ผู้อื่นให้ฆ่า. (๑๐:)

๑๓๐.
สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพสํ ชีวิตํ ปิยํ
อตฺตานํ อุปมํ กตฺวา, น หเนยฺย น ฆาตเยฯ

ภิกษุทำตนให้เป็นอุปมาว่า สัตว์ทั้งปวงย่อม
สะดุ้งต่ออาชญา ชีวิตเป็นที่รักของสัตว์ทั้งปวง
แล้วไม่พึงฆ่าเอง ไม่พึงใช้ผู้อื่นให้ฆ่า. (๑๐:)

Samstag, 12. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๙. ปาปวรรค


. ปาปวคฺโค
คาถาธรรมบท ปาปวรรคที่ ๙

๑๑๖.
อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ, ปาปา จิตฺตํ นิวารเย;

ทนฺธํ หิ กรโต ปุญฺญํ, ปาปสฺมึ รมตี มโนฯ

บุคคลพึงรีบทำความดี พึงห้ามจิตจากบาป
เพราะเมื่อทำบุญช้าไป ใจย่อมยินดีในบาป. (:)

๑๑๗.
ปาปญฺเจ ปุริโส กยิรา, น นํ กยิรา ปุนปฺปุนํ;
น ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ, ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโยฯ

หากบุรุษพึงทำบาปไซร้ ไม่พึงทำบาป
นั้นบ่อยๆ ไม่พึงทำความพอใจในบาปนั้น
เพราะการสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้. (:)

Donnerstag, 10. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๘. สหัสสวรรค


. สหสฺสวคฺโค
คาถาธรรมบท สหัสสวรรคที่ ๘
๑๐๐.
สหสฺสมปิ เจ วาจา, อนตฺถปทสญฺหิตา;
เอกํ อตฺถปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติฯ

หากว่าวาจาแม้ตั้งพันประกอบ
ด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์ไซร้
บทอันเป็นประโยชน์บทหนึ่ง
ที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบ ประเสริฐกว่า. (:)

๑๐๑.
สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสญฺหิตา;

เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติฯ

คาถาแม้ตั้งพันประกอบด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์ไซร้
คาถาบทหนึ่งที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบประเสริฐกว่า. (:)

Mittwoch, 9. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๗.อรหันตวรรค


. อรหนฺตวคฺโค
คาถาธรรมบท อรหันตวรรคที่ ๗

๙๐.
คตทฺธิโน วิโสกสฺส, วิปฺปมุตฺตสฺส สพฺพธิ;

สพฺพคนฺถปฺปหีนสฺส, ปริฬาโห น วิชฺชติฯ

ความเร่าร้อนย่อมไม่มีแก่ผู้ที่มีทางไกลอันถึงแล้ว
ผู้มีความโศกปราศไปแล้ว ผู้พ้นวิเศษแล้วในธรรมทั้งปวง
ผู้มีกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวงอันละได้แล้ว. (:)

๙๑.
อุยฺยุญฺชนฺติ สตีมนฺโต, น นิเกเต รมนฺติ เต;

หํสาว ปลฺลลํ หิตฺวา, โอกโมกํ ชหนฺติ เตฯ

ท่านผู้มีสติย่อมขวนขวายท่านย่อมไม่ยินดีในที่อยู่
ท่านละความห่วงใยเสีย เหมือนหงส์สละเปือกตมไป ฉะนั้น. (:)

Montag, 7. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๖. ปัณฑิตวรรค


. ปณฺฑิตวคฺโค

คาถาธรรมบท ปัณทิตวรรคที่ ๖

๗๖.
นิธีนํว ปวตฺตารํ, ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ;

นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ, ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช;

ตาทิสํ ภชมานสฺส, เสยฺโย โหติ น ปาปิโยฯ

บุคคลพึงเห็นบุคคลใดผู้มักชี้โทษ 
เหมือนบุคคลผู้บอกขุมทรัพย์
มักกล่าวข่มขี่ มีปัญญา 
พึงคบบุคคลผู้เป็นบัณฑิตเช่นนั้น 
เพราะว่าเมื่อคบบัณฑิตเช่นนั้น 
มีแต่คุณที่ประเสริฐโทษที่ลามกย่อมไม่มี. (:)

๗๗.
โอวเทยฺยานุสาเสยฺย, อสพฺภา จ นิวารเย;

สตํ หิ โส ปิโย โหติ, อสตํ โหติ อปฺปิโยฯ

บุคคลพึงกล่าวสอน พึงพร่ำสอนและ
พึงห้ามจากธรรมของอสัตบุรุษ
ก็บุคคลนั้น ย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย 
แต่ไม่เป็นที่รักของพวกอสัตบุรุษ. (:)

Samstag, 5. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๕. พาลวรรค


. พาลวคฺโค
คาถาธรรมบท พาลวรรคที่ ๕

๖๐.
ทีฆา ชาครโต รตฺติ, ทีฆํ สนฺตสฺส โยชนํ;
ทีโฆ พาลาน สํสาโร, สทฺธมฺมํ อวิชานตํฯ

ราตรียาวแก่คนผู้ตื่นอยู่ โยชน์ยาวแก่คนผู้เมื่อยล้า
สงสารยาวแก่คนพาลผู้ไม่รู้แจ้งพระสัทธรรม. (:)

๖๑.
จรญฺเจ นาธิคจฺเฉยฺย, เสยฺยํ สทิสมตฺตโน;

เอกจริยํ ทฬฺหํ กยิรา, นตฺถิ พาเล สหายตาฯ

ถ้าว่าบุคคลเมื่อเที่ยวไปไม่พึงประสบสหายประเสริฐกว่าตน
หรือสหายผู้เช่นด้วยตนไซร้ บุคคลนั้นพึงทำการเที่ยวไปผู้เดียวให้มั่น
เพราะว่าคุณเครื่องความเป็นสหาย ย่อมไม่มีในคนพาล. (:)

Mittwoch, 2. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/๔. ปุปผวรรค

๔. ปุปฺผวคฺโค
คาถาธรรมบท ปุปผวรรคที่ ๔

๔๔.
โก อิมํ ปฐวึ วิเชสฺสติ,
ยมโลกญฺจ อิมํ สเทวกํ; 


โก ธมฺมปทํ สุเทสิตํ,
กุสโล ปุปฺผมิว ปเจสฺสติฯ


ใครจักรู้แจ้งแผ่นดินนี้ ใครจักรู้แจ้งยมโลกและมนุษยโลกนี้
พร้อมกับเทวโลก ใครจักเลือกสรรบทธรรมที่เราแสดงดีแล้ว
ดุจนายมาลาการผู้ฉลาด เลือกสรรดอกไม้ ฉะนั้น. (๔:๑)

๔๕.
เสโข ปฐวึ วิเชสฺสติ,
ยมโลกญฺจ อิมํ สเทวกํ;


เสโข ธมฺมปทํ สุเทสิตํ,
กุสโล ปุปฺผมิว ปเจสฺสติฯ


พระเสขะจักรู้แจ้งแผ่นดิน พระเสขะจักรู้แจ้งยมโลกและ
มนุษยโลกนี้พร้อมกับเทวโลก พระเสขะจักเลือกสรรบทธรรมที่เรา
แสดงดีแล้ว ดุจนายมาลาการผู้ฉลาดเลือกสรรดอกไม้ ฉะนั้น. (๔:๒)

Montag, 30. April 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/๓. จิตตวรรค

๓. จิตฺตวคฺโค
คาถาธรรมบท จิตตวรรคที่ ๓
 

๓๓.
ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ, ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ;
 

อุชุํ กโรติ เมธาวี, อุสุกาโรว เตชนํฯ

นักปราชญ์ย่อมทำจิตที่ดิ้นรน กลับกลอกรักษาได้โดยยาก
ห้ามได้โดยยาก ให้ตรง ดังช่างศรดัดลูกศรให้ตรง ฉะนั้น (๓:๑)

๓๔.
วาริโชว ถเล ขิตฺโต, โอกโมกตอุพฺภโต;
 

ปริผนฺทติทํ จิตฺตํ, มารเธยฺยํ ปหาตเวฯ

จิตนี้อันพระโยคาวจรยกขึ้นแล้วจากอาลัย คือเบญจกาม
คุณเพียงดังน้ำ ซัดไปในวิปัสสนากรรมฐานเพียงดังบก
เพื่อจะละบ่วงมาร ย่อมดิ้นรน ดุจปลาอันชาวประมง
ยกขึ้นแล้วจากที่อยู่คือน้ำโยนไปแล้วบนบก ดิ้นรนอยู่ ฉะนั้น (๓:๒)

Dienstag, 24. April 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/๒. อัปปมาทวรรค

๒. อปฺปมาทวคฺโค
 

คาถาธรรมบท อัปปมาทวรรคที่ ๒
๒๑.
อปฺปมาโท อมตํ ปทํ, ปมาโท มจฺจุโน ปทํ; 


อปฺปมตฺตา น มียนฺติ, เย ปมตฺตา ยถา มตาฯ

ความไม่ประมาท เป็นทางเครื่องถึงอมตนิพพาน 

ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย 
ชนผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย 
ชนเหล่าใดประมาทแล้วย่อมเป็นเหมือนคนตายแล้ว (๒:๑)

๒๒.
เอวํ วิเสสโต ญตฺวา, อปฺปมาทมฺหิ ปณฺฑิตา;
 

อปฺปมาเท ปโมทนฺติ, อริยานํ โคจเร รตาฯ

บัณฑิตทั้งหลายตั้งอยู่ในความไม่ประมาท 

ทราบเหตุนั่นโดยความแปลกกันแล้ว 
ย่อมบันเทิงในความไม่ประมาท, ยินดีแล้ว
ในธรรมอันเป็นโคจรของพระอริยเจ้าทั้งหลาย (๒:๒)

Sonntag, 22. April 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/๑. ยมกวรรค

ธมฺมปทคาถา

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสฯ

๑. ยมกวคฺโค


คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ ๑

๑.
มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา;
 

มนสา เจ ปทุฏฺเฐน, ภาสติ วา กโรติ วา;
 
ตโต นํ ทุกฺขมนฺเวติ, จกฺกํว วหโต ปทํฯ

ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐที่สุด
สำเร็จแล้วแต่ใจ ถ้าบุคคลมีใจอันโทษประทุษร้ายแล้ว
กล่าวอยู่ก็ตาม ทำอยู่ก็ตาม ทุกข์ย่อมไปตามบุคคลนั้น
เพราะทุจริต ๓ อย่างนั้น เหมือนล้อหมุนไปตามรอยเท้าโค
ตัวลากเกวียนไปอยู่ ฉะนั้น. (๑:๑)

Montag, 16. April 2018

อภิธานัปปทีปิกาฏีกา_๓.๑ สมัญญกัณฑ์ / วิเสสฺยาธีนวัคควัณณนา

๓. สามญฺญกณฺฑ
๑. วิเสสฺยาธีนวคฺควณฺณนา

๖๙๑. อิห วกฺขมาเน สามญฺญกณฺเฑ สางฺโคปางฺเคหิ องฺคอุปางฺคทฺวยสหิเตหิ วิเสสฺยาธีเนหิ วิเสสฺยายตฺเตหิ วิเสสนสทฺเทหิ โสภนาทีหิ สํกิณฺเณหิ อญฺญมญฺญวิชาติยตฺเถหิ ทพฺพกฺริยาคุณาทีหิ อเนกตฺเถหิ สมยวณฺณาทีหิ อพฺยเยหิ จิรสฺสมาทีหิ จ กมา กมโต วคฺคา กถฺยนฺเต, เต จ ปุพฺพวคฺคสนฺนิสฺสยา, ตถา หิ โสภนาทโย เทวมนุสฺสาทีสุ วิเสสนภาเวน สมฺพนฺธา, กฺริยาทโย ตุ ตทาธารตาย, สมยาทโย วาจกตาย, จิรสฺสมาทโย ตํกฺริยาวิเสสนภาเวน, ตโตเยว สาธารณตฺตา สามญฺญกณฺฑมิทํฯ
 

๖๙๒. อิห สตฺเถ ภิยฺโย รูปนฺตรา ลิงฺควินิจฺฉโย, โส อตฺราปิ วคฺเค ภิยฺโย รูปนฺตราเยวาติ วิปฺปฎิปตฺตินิราสตฺถํ พฺยาปกนฺยายมาห ‘‘คุณิ’’จฺ จาทินาฯ ตสฺสตฺโถ – วิเสสนภูตา สพฺเพ คุณสทฺทา, ทพฺพสทฺทา, กฺริยาสทฺทา จ วิเสสฺยาธีนภาเวน เหตุนาเยว, น ภิยฺโย รูปนฺตราปิ วิเสสนสทฺเทน สมลิงฺคิโน สิยุนฺติ, ยถา – โสภนา อิตฺถี, โสภโน ปุริโส, โสภนํ จิตฺตํฯ

Donnerstag, 12. April 2018

อภิธานัปปทีปิกาฏีกา_๒.๓ ภูกัณฑ์ / อรัญญ-อรัญญาทิ-ปาตาลวคฺค

. อรญฺญวคฺควณฺณนา

๕๓๖. สตฺตกํ วเนฯ อร คมเน, อญฺโญ, อรญฺญํฯ เกน ชเลน อนนํ ปาณมนสฺส กานนํ, ทา อวขณฺฑเน, ทา เฉทเน วาฯ อธิกรเณ โณ, ‘‘อาการนฺตานมาโย’’ติ อาโยฯ ทย ทานคติหึ สาทาเนสุ วา, โณ, คห อุปาทาเน [คาหู วิโลฬเน (?)], อธิกรเณ ยุฯ วป พีชนิกฺเขเป, อิโน, อสฺสิตฺตํฯ วน สมฺภตฺติสทฺเทสุ, กตฺตริ อ, วนํฯ อฎา อวยโว เสลา อตฺเรติ อฎวิ, อิ, อีมฺหิ อฎวีฯ
มหาปทุมลตาวนํ มหารญฺญํ, นทาทิ, อนนฺโต จ, อรญฺญานีฯ

๕๓๗. นครโต นาติทูรสฺมึ ฐาเน สนฺเตหิ อภิโรปิโต ตรุสณฺโฑ ปูคปนสาทิตรุสมูโห อตฺถิ, โส ‘‘อุปวน’’นฺติ โจจฺจเต, กิตฺติมวนเมตํฯ อารมนฺตฺยสฺมินฺติ อาราโม, โณฯ อุปคตํ, อุปโรปิตํ วา วนํ อุปวนํฯ

๕๓๘. สพฺพสาธารณํ สพฺพโลเกหิ สาธารโณปโภคํ รญฺญํ ราชูนํ อรญฺญํ ‘‘อุปวนํ, อุยฺยาน’’มิตฺยุจฺจเต, อุลฺโลเกนฺตา ยนฺติ ชนา เอตสฺมินฺติ อุยฺยานํ, ยุฯ อากีโฬปฺยตฺรฯ
ตเทว ราโชปวนเมว อุปการิกาสนฺนิหิตํ, ปุรสนฺนิหิตํ วา อนฺเตปุราจิตํ ปมทวนาขฺยํฯ ยตฺร อนฺเตปุรสหิโต เอว ราชา วิหรติ, นาญฺญชนปฺปเวโสฯ ปมทานํ อิตฺถีนํ วนํ ปมทวนํ, รสฺโสฯ

Montag, 2. April 2018

อภิธานัปปทีปิกาฏีกา ๒.๒ ภูกัณฑ์ / จตุพพัณณวัคควัณณนา

. จตุพฺพณฺณวคฺควณฺณนา

๓๓๒. สนฺตติปริยนฺตํ วํเสฯ กุล สนฺตานพนฺธูสุ, ภูวาทิ, โณ, กุลํ, วน สมฺภตฺติยํ, โสฯ สํตนุ วิตฺถาเร, โณฯ อภิมุขํ ชเนตีติ อภิชโน, โณฯ โค วุจฺจติ อภิธานํ, พุทฺธิ จ, เต ตายตีติ โคตฺตํฯ โคตฺรมฺปิฯ ควํ สทฺทํ ตายตีติ วา โคตฺตํ, ตา ปาลเนฯ อนุปุพฺโพ อิ คติยํ, กรเณ อฯ ตโนติสฺมาติ, สนฺตติ, นโลโป, อิตฺถิยํฯ
สนฺตติ ปนฺติวิตฺถาร-โคตฺเตสุ กวิภี มตา;
ปรมฺปรา ภเว จาปิ, ปุตฺตกญฺญาสุ สนฺตติฯ
ขตฺติยาทโย ขตฺติยพฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทา จตฺตาโร วณฺณา กุลานิ ภวนฺติ, เอเต หิ อญฺญมญฺญมสงฺกรโต วณฺเณตพฺพโต ฐเปตพฺพโต วณฺณาติ วุจฺจนฺเตฯ วณฺณ ฐปเนฯ

๓๓๓-๓๓๔. ฉกฺกํ กุลีเนฯ กุลสฺสาปจฺจํ กุลิโน, อิโน อปจฺเจฯ โสภโน ชโน สชฺชโนฯ สปรตฺถํ สาเธตีติ สาธุ, สาธ สํสิทฺธิมฺหิ, อุฯ สภายํ สาธุ สโภฺยฯ สาธฺวตฺเถ โยฯ อย คติยํฯ อยิตพฺโพ อุปคนฺตพฺโพติ อยฺโย, กมฺมนิ โยฯ มหากุลสฺสาปจฺจํ มหากุโล, โณฯ
ภูภุชนฺตํ ราชสามญฺเญฯ อติเตชวนฺตตาย วิเสเสน ราชเต ทิพฺพเตติ ราชา, ราช ทิตฺติยํฯ ภุยา ภูมิยา ปติ ภูปติ, ภุํ ปาเลตีติ วา ภูปติ, ปา รกฺขเณ,ติ, รสฺโสฯ ปถวิยา อิสฺสโร ปตฺถิโว, โณ, ทฺวิตฺตํ, อิตฺตญฺจฯ ชคติํ ภูมึ ปาเลตีติ ชคติปาโล, กมฺมนิ โณฯ ทิสานํ ปติ ทิสมฺปติ, ทิสา, ทิสฏฺเฐ วา ปาเลตีติ ทิสมฺปติ, รสฺสตฺตํ, นิคฺคหีตาคโม จฯ ภุํ ภูมึ ภุญฺชตีติ ภูภุโช, ภุช ปาลนชฺโฌหรเณสุ, อิธ ปาลเน, รุธาทิฯ มหิขิโตปฺยตฺรฯ ขิ นิวาสคตีสุ, มหึ อขิ คตวา มหีขิโตฯ