Sonntag, 18. November 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล ๑๔. พุทธวรรค


๑๔. พุทฺธวคฺโค
คาถาธรรมบท พุทธวรรคที่ ๑๔

๑๗๙.
ยสฺส ชิตํ นาวชียติ, ชิตมสฺส โน ยาติ โกจิ โลเก;

ตํ พุทฺธํ อนนฺตโคจรํ, อปทํ เกน ปเทน เนสฺสถฯ

กิเลสชาติอันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดทรงชนะแล้ว
อันพระองค์ย่อมไม่กลับแพ้ กิเลสชาติหน่อยหนึ่งในโลกย่อมไม่ไปหา
กิเลสชาติที่พระองค์ทรงชนะแล้ว ท่านทั้งหลายจักนำพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ผู้มีอารมณ์หาที่สุดมิได้ ผู้ไม่มีร่องรอย ไปด้วยร่องรอยอะไร. (๑๔:)

๑๘๐.
ยสฺส ชาลินี วิสตฺติกา, ตณฺหา นตฺถิ กุหิญฺจิ เนตเว;

ตํ พุทฺธํ อนนฺตโคจรํ, อปทํ เกน ปเทน เนสฺสถฯ

ตัณหามีข่ายส่ายไปในอารมณ์ต่างๆ
ไม่มีแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด
เพื่อจะนำไปในภพไหนๆ ท่านทั้งหลายจัก
นำพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นผู้ตรัสรู้แล้ว
มีอารมณ์หาที่สุดมิได้ ผู้ไม่มีร่องรอย ไปด้วยร่องรอยอะไร. (๑๔:)

๑๘๑.
เย ฌานปสุตา ธีรา, เนกฺขมฺมูปสเม รตา;

เทวาปิ เตสํ ปิหยนฺติ, สมฺพุทฺธานํ สตีมตํฯ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่าใด ผู้ขวนขวายแล้วในฌาน
เป็นนักปราชญ์ ยินดีแล้วในธรรมเป็นที่เข้าไประงับ
คือ เนกขัมมะ แม้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ย่อมรักใคร่พระสัมพุทธเจ้าผู้มีสติเหล่านั้น. (๑๔:)

๑๘๒.
กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ, กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ;

กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ, กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปโทฯ

การได้เฉพาะความเป็นมนุษย์ยาก
ความเป็นอยู่ของสัตว์ทั้งหลายยาก
การฟังพระสัทธรรมยาก
การเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายยาก. (๑๔:)

๑๘๓.
สพฺพปาปสฺส อกรณํ, กุสลสฺส อุปสมฺปทา;

สจิตฺตปริโยทปนํ, เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ

ความไม่ทำบาปทั้งปวง
ความบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม
ความชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว
นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. (๑๔:)

๑๘๔.
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา, นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา;

น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี, สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโตฯ

ความอดทน คือ ความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง
ท่านผู้รู้ทั้งหลายย่อมกล่าวนิพพานว่าเป็นธรรมอย่างยิ่ง
ผู้ฆ่าสัตว์อื่นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต ผู้เบียดเบียนสัตว์อื่น
ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย. (๑๔:)

๑๘๕.
อนูปวาโท อนูปฆาโต, ปาติโมกฺเข จ สํวโร;
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ, ปนฺตญฺจ สยนาสนํ;

อธิจิตฺเต จ อาโยโค, เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ

การไม่เข้าไปว่าร้ายกัน ๑ การไม่เข้าไปฆ่า ๑
ความสำรวมในพระปาติโมกข์ ๑ ความเป็นผู้รู้จัก
ประมาณในภัต ๑ การนอนการนั่งอันสงัด ๑
การประกอบความเพียรในอธิจิต ๑
นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. (๑๔:)

๑๘๖.
น กหาปณวสฺเสน, ติตฺติ กาเมสุ วิชฺชติ;

อปฺปสฺสาทา ทุกฺขา กามา, อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโตฯ

ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพราะฝน คือ
กหาปณะ กามทั้งหลายมีความเพลิดเพลิน [ยินดี]
น้อย เป็นทุกข์ บัณฑิตรู้แล้วด้วยประการฉะนี้. (๑๔:)

๑๘๗.
อปิ ทิพฺเพสุ กาเมสุ, รตึ โส นาธิคจฺฉติ;
ตณฺหกฺขยรโต โหติ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโกฯ

ท่านย่อมไม่ถึงความยินดีในในกามทั้งหลาย
แม้อันเป็นทิพย์ สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เป็นผู้ยินดีแล้วในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา. (๑๔:)

๑๘๘.
พหุํ เว สรณํ ยนฺติ, ปพฺพตานิ วนานิ จ;

อารามรุกฺขเจตฺยานิ, มนุสฺสา ภยตชฺชิตาฯ

มนุษย์เป็นอันมากแล ถูกภัยคุกคามแล้ว
ย่อมถึงภูเขา ป่าอารามและรุกขเจดีย์ว่า เป็นที่พึ่ง. (๑๔:๑๐)

๑๘๙.
เนตํ โข สรณํ เขมํ, เนตํ สรณมุตฺตมํ;

เนตํ สรณมาคมฺม, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติฯ

ที่พึ่งนั้นแลไม่เกษม ที่พึ่งนั้นไม่อุดม เพราะ
บุคคลอาศัยที่พึ่งนั้น ย่อมไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้. (๑๔:๑๑)

๑๙๐.
โย จ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ, สงฺฆญฺจ สรณํ คโต;

จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติฯ

ส่วนผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์
ว่าเป็นที่พึ่ง ย่อมเห็นอริยสัจ ๔ ด้วยปัญญาอันชอบ. (๑๔:๑๒)

๑๙๑.
ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;

อริยญฺจฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํฯ

คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความก้าวล่วงทุกข์
และอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อัน
ให้ถึงความสงบระงับทุกข์. (๑๔:๑๓)

๑๙๒.
เอตํ โข สรณํ เขมํ, เอตํ สรณมุตฺตมํ;

เอตํ สรณมาคมฺม, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติฯ

ที่พึ่งนั้นแลเป็นที่พึ่งอันเกษม ที่พึ่งนั้นอุดม เพราะ
บุคคลอาศัยที่พึ่งนั้น ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้. (๑๔:๑๔)

๑๙๓.
ทุลฺลโภ ปุริสาชญฺโญ, น โส สพฺพตฺถ ชายติ;

ยตฺถ โส ชายตี ธีโร, ตํ กุลํ สุขเมธติฯ

บุรุษอาชาไนยหาได้ยาก ท่านย่อมไม่เกิดในที่ทั่วไป
ท่านเป็นนักปราชญ์ย่อมเกิดในสกุลใด สกุลนั้นย่อมถึงความสุข. (๑๔:๑๕)

๑๙๔.
สุโข พุทฺธานมุปฺปาโท, สุขา สทฺธมฺมเทสนา;

สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี, สมคฺคานํ ตโป สุโขฯ

ความเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย นำสุขมาให้
พระสัทธรรมเทศนานำสุขมาให้
ความพร้อมเพรียงแห่งหมู่นำสุขมาให้
ความเพียรของผู้พร้อมเพรียงกันให้เกิดสุข. (๑๔:๑๖)

๑๙๕.
ปูชารเห ปูชยโต, พุทฺเธ ยทิ จ สาวเก;

ปปญฺจสมติกฺกนฺเต, ติณฺณโสกปริทฺทเวฯ

ใครๆ ไม่อาจนับบุญของบุคคลผู้บูชาซึ่งปูชารหบุคคล
คือ พระพุทธเจ้าหรือสาวกของพระพุทธเจ้า
ผู้ก้าวล่วงธรรมเครื่องเนิ่นช้า ผู้ข้ามความโศกและ
ความร่ำไรได้แล้ว ว่าบุญนี้มีประมาณเท่านี้. (๑๔:๑๗)

๑๙๖.
เต ตาทิเส ปูชยโต, นิพฺพุเต อกุโตภเย;

น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุํ, อิเมตฺตมปิ เกนจิฯ



พุทฺธวคฺโค จุทฺทสโม นิฏฺฐิโตฯ

ใครๆ ไม่อาจนับบุญของบุคคลผู้บูชาปูชารหบุคคลเหล่านั้น
ผู้คงที่ ผู้นิพพานแล้ว ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ ว่าบุญนี้ประมาณเท่านี้ . (๑๔:๑๘)

Keine Kommentare: