Sonntag, 13. Oktober 2019

ปัญหาและเฉลย(วิชาวินัยบัญญัติ) นักธรรมชั้นโท ปี 2544



ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๕ พฤศจิกายน พ.. ๒๕๔๔
---------------------
.
.
พระวินัย แบ่งออกเป็นกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
.
จะปฏิบัติพระวินัยอย่างไร จึงจะเรียกได้ว่า พอดีพองาม ?
ตอบ:
.
แบ่งออกเป็น ๒ อย่างคือ
อาทิพรหมจริยกาสิกขาบท ๑ อภิสมาจาร ๑
.
ต้องปฏิบัติพระวินัยโดยสายกลาง คือไม่ถือเคร่งครัดอย่างงมงาย
จนเป็นเหตุต้องทำตนให้เป็นคนลำบาก เพราะเหตุธรรมเนียมเล็ก ๆ
น้อย ๆ อันขัดต่อกาลเทศะ และไม่สะเพร่ามักง่าย ละเลยต่อ
ธรรมเนียมของภิกษุ จนถึงทำตนให้เป็นคนเลวทราม จึงจะเรียกได้ว่า พอดีพองาม



.
.
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อในอภิสมาจารมีโทษอย่างไรบ้าง ?
.
ภิกษุเปลือยกายด้วยอาการอย่างไรบ้าง ที่เป็นเหตุให้ต้องอาบัติและ
ไม่ต้องอาบัติ ?
ตอบ:
.
มีโทษปรับอาบัติถุลลัจจัยเป็นอย่างสูง แต่มีน้อย ส่วนมากปรับอาบัติทุกกฏเป็นพื้น
.
ถ้าเปลือยกายเป็นวัตรอย่างเดียรถีย์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าเปลือยกายทำกิจแก่กัน คือไหว้ รับไหว้ ทำบริกรรม ให้ของ รับของ
เปลือยกายในเวลาฉันและดื่ม ต้องอาบัติทุกกฏ
แต่ในเรือนไฟและในน้ำ ไม่ต้องอาบัติ


.
.
พระพุทธองค์ทรงอนุญาตผ้าสำหรับทำจีวรไว้กี่ชนิด ? อะไรบ้าง ?
.
วัสสิกสาฎกได้แก่ผ้าเช่นไร ? มีจำกัดประมาณ กว้าง ยาว ไว้อย่างไร ?
ตอบ:
.
ทรงอนุญาตไว้ ๖ ชนิดคือ
) โขมะ ผ้าทำด้วยเปลือกไม้
) กัปปาสิกะ ผ้าทำด้วยฝ้าย
) โกเสยยะ ผ้าทำด้วยไหม
) กัมพละ ผ้าทำด้วยขนสัตว์
) สาณะ ผ้าทำด้วยเปลือกป่าน
) ภังคะ ผ้าทำด้วยของ ๕ อย่างนั้น แต่อย่างใดอย่างหนึ่งปนกัน
.
ได้แก่ผ้าอาบน้ำฝน มีจำกัดประมาณยาว ๖ คืบ กว้าง ๒ คืบครึ่ง แห่งคืบพระสุคต


.
.
อาจารย์ทางพระวินัยตามนัยอรรถกถามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
.
อาจารย์เหล่านั้นทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ:
.
มี ๔ คือ
ปัพพชาจารย์ ๑
อุปสัมปทาจารย์ ๑
นิสสยาจารย์ ๑
อุทเทสาจารย์ ๑
.
ทำหน้าที่ต่างกัน คือ
ปัพพชาจารย์ ทำหน้าที่ให้สรณคมน์เมื่อบรรพชา
อุปสัมปทาจารย์ ทำหน้าที่สวดกรรมวาจาเมื่ออุปสมบท
นิสสยาจารย์ ทำหน้าที่ให้นิสัย
อุทเทสาจารย์ ทำหน้าที่สอนธรรม


.
.
คำว่า ถือนิสัย หมายความว่าอะไร ?
.
จงเขียนคำขอนิสัยอาจารย์พร้อมทั้งคำแปล
ตอบ:
.
หมายความว่า ยอมตนอยู่ในความปกครองของพระเถระผู้มีคุณสมบัติควรปกครองตนได้ ยอมตนให้ท่านปกครองพึ่งพิงพำนักอาศัยท่าน
.
คำขอนิสัยอาจารย์ว่าดังนี้ " อาจริโย เม ภนฺเต โหหิ , อายสฺมโต นิสฺสาย วจฺฉามิ " ซึ่งแปลว่า " ขอท่านจงเป็นอาจารย์ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักอยู่อาศัยท่าน "


.
.
ภิกษุเช่นไร ชื่อว่า นวกะ มัชฌิมะ เถระ ?
.
วัตรอันภิกษุควรประพฤติในคำว่า วตฺตสมฺปนฺโน นั้นคืออะไรบ้าง ?
ตอบ:
.
ภิกษุมีพรรษาไม่ถึง ๕ เรียกว่า นวกะ
ภิกษุมีพรรษาตั้งแต่ ๕ ขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง ๑๐ เรียกว่า มัชฌิมะ
ภิกษุมีพรรษาตั้งแต่ ๑๐ ขึ้นไป เรียกว่า เถระ
.
คือ ) กิจวัตร ว่าด้วยกิจอันควรทำ
) จริยาวัตร ว่าด้วยมารยาทอันควรประพฤติ
) วิธิวัตร ว่าด้วยแบบอย่าง

.
.
ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาไม่ขาดย่อมได้อานิสงส์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
.
ภิกษุพึงประชุมกันสวดพระปาฏิโมกข์ในวันเช่นไรบ้าง ?
ตอบ:
.
ได้อานิสงส์ ๕ คือ
) เที่ยวไปโดยไม่ต้องบอกลาตามสิกขาบทที่ ๖ แห่งอเจลกวรรค
) เที่ยวจาริกไปไม่ต้องนำไตรจีวรไปครบสำรับ
) ฉันคณโภชน์ และปรัมปรโภชน์ได้
) เก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
) จีวรที่เกิดขึ้นในที่นั้น จักเป็นของได้แก่พวกเธอ
.
ในวันพระจันทร์เพ็ญ (ดิถีขึ้น ๑๕ ค่ำ) วันพระจันทร์ดับ (ดิถีแรม ๑๕ ค่ำ หรือ ๑๔ ค่ำ) และวันสามัคคี


.
.
ภิกษุจำพรรษา ๑ รูป ๒, , , ๕ รูป เมื่อถึงวันปวารณาพึงปฏิบัติอย่างไร ?
.
เหตุที่ทำให้เลื่อนปวารณาได้มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ:
.
พึงปฏิบัติอย่างนี้ ภิกษุ ๑ รูป พึงอธิษฐานเป็นการบุคคล, ภิกษุ ๒, , ๔ รูป พึงทำคณะปวารณา, ภิกษุ ๕ รูปขึ้นไปพึงทำสังฆปวารณา
.
มี ๒ อย่างคือ
) ภิกษุจะเข้ามาสมทบปวารณาด้วย ด้วยหมายจะคัดค้าน
ผู้นั้นผู้นี้ ทำให้เกิดอธิกรณ์ขึ้น
) อยู่ด้วยกันเป็นผาสุก ปวารณาแล้วต่างจะจากกันจาริกไปเสีย


.
.
การทำนอกรีตนอกรอยของสมณะ เรียกว่าอะไร ? มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
.
จงบอกความหมายของแต่ละอย่างด้วย
ตอบ:
.
เรียกว่า อุปปถกิริยา, มี ๓ อย่างคือ
อนาจาร ๑ ปาปสมาจาร ๑ อเนสนา ๑
.
ความประพฤติไม่ดีไม่งาม และเล่นมีประการต่าง ๆ จัดเข้าในอนาจาร
ความประพฤติเลวทราม จัดเข้าในปาปสมาจาร
ความเลี้ยงชีพไม่สมควร จัดเข้าในอเนสนา

๑๐.
๑๐.
ลหุภัณฑ์ และครุภัณฑ์ที่เป็นของสงฆ์ คือของเช่นไร ? อย่างไหนแจกกันได้ และไม่ได้ ?
๑๐.
วินัยกรรม กับสังฆกรรม ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ:
๑๐.
ลหุภัณฑ์ คือของเบา มีบิณฑบาต เภสัช กับบริขารที่จะใช้สำหรับตัว คือบาตร จีวร ประคดเอว เข็ม มีดพับ มีดโกน เป็นของที่แจกกันได้
ครุภัณฑ์ คือของหนัก ไม่ใช่ของสำหรับใช้สิ้นไป เป็นของควรรักษาไว้ได้นาน เป็นเครื่องใช้ในเสนาสนะ หรือเป็นตัวเสนาสนะเอง ตลอดถึงกุฎีและที่ดิน เป็นของที่แจกกันไม่ได้
๑๐.
ต่างกันอย่างนี้ กรรมที่ภิกษุแต่ละรูปหรือหลายรูปจะพึงกระทำตามพระวินัย เช่น การแสดงอาบัติ อธิษฐาน วิกัป เป็นต้น เรียกว่าวินัยกรรม
กรรมที่ภิกษุครบองค์สงฆ์จตุวรรคเป็นต้น พึงทำเป็นการสงฆ์ เช่น
อปโลกนกรรม ญัตติกรรม เป็นต้น เรียกว่าสังฆกรรม


ผู้ออกข้อสอบ
:
.
พระธรรมเมธาจารย์
วัดบุรณศิริมาตยาราม


.
พระราชวิสุทธิโมลี
วัดชลประทานรังสฤษฎ์
.นนทบุรี


.
พระศรีปริยัติเมธี
วัดเทพธิดาราม
ตรวจ/ปรับปรุง
:
โดยสนามหลวงแผนกธรรม






Keine Kommentare: