Donnerstag, 7. Juli 2016

ปัญหาและเฉลย (วิชาธรรม) ธรรมศึกษาชั้นตรี ปี ๒๕๔๙

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙
เวลา ๑๓.๐๐ น.
คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)
-------------------------------
๑. ธรรมอะไร ทำให้เป็นคนรอบคอบ ?
ก. สติ สัมปชัญญะ
ข. หิริ โอตตัปปะ
ค. ขันติ โสรัจจะ
ง. วิจารณญาณ


๒. ขาดธรรมอะไร แม้มีชีวิตอยู่ก็ชื่อว่าตาย ?
ก. สติ
ข. สัมปชัญญะ
ค. หิริ
ง. โอตตัปปะ


๓. คนเช่นไร ไตร่ตรองทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกสิ่งที่คิด ?
ก. คนช่างคิด
ข. คนเจ้าปัญญา
ค. คนไม่ประมาท
ง. คนไม่ทำชั่ว

๔. คนขาดธรรมอะไร ทำชั่วได้ทุกอย่าง ?
ก. สติ สัมปชัญญะ
ข. หิริ โอตตัปปะ
ค. ขันติ โสรัจจะ
ง. กตัญญู กตเวที

๕. “ทำดีมักกลัว ทำชั่วมักกล้า” เพราะขาดหลักธรรมอะไร ?
ก. กตัญญู กตเวที
ข. ขันติ โสรัจจะ
ค. สติ สัมปชัญญะ
ง. หิริ โอตตัปปะ 

๖. “งามนอกดึงดูดตา งามในดึงดูดจิต” ตรงกับหลักธรรมข้อใด ?
ก. หิริ โอตตัปปะ
ข. ขันติ โสรัจจะ
ค. สติ สัมปชัญญะ
ง. กตัญญู กตเวที

๗. อดกลั้นความยากลำบากและอำนาจกิเลสได้ ชื่อว่ามีธรรมข้อใด ?
ก. หิริ
ข. โอตตัปปะ
ค. ขันติ
ง. โสรัจจะ

๘. เพราะเหตุไร มารดาบิดา จึงจัดเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก ?
ก. เพราะไม่เห็นแก่ตัว
ข. เพราะให้มากกว่ารับ
ค. เพราะไม่หวังตอบแทน
ง. ถูกทุกข้อ

๙. คนเรามักลืมบุญคุณคนง่ายๆ พระพุทธศาสนาจึงสอนเรื่องใดไว้ ?
ก. ความกตัญญู
ข. ความมีเมตตา
ค. ความซื่อสัตย์
ง. ความเสียสละ

๑๐. “หาความดีใส่หัวลูก ดีกว่าหาเงินใส่กระเป๋าลูก” สอนอะไร ?
ก. รักลูกเหนือสิ่งใด
ข. รักลูกให้ถูกทาง
ค. รักลูกอย่าตามใจ
ง. รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี

๑๑. พระแก้วมรกตที่พึ่งทางใจของคนไทย ตรงกับพระรัตนตรัยใด ?
ก. พระพุทธเจ้า
ข. พระธรรม
ค. พระสงฆ์
ง. ถูกทุกข้อ

๑๒. “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส” นอบน้อมใคร ?
ก. พระพุทธเจ้า  
ข. พระธรรม
ค. พระสงฆ์ 
 ง. ถูกทุกข้อ

๑๓. หน้าที่หลักของพระสงฆ์ คืออะไร ?
ก. เรียน ปฏิบัติ ธุดงค์
ข. เรียน ปฏิบัติ สอน
ค. เรียน สอน สวดมนต์
ง. ปฏิบัติ สอน ทำพิธี

๑๔. ผู้ใด ชื่อว่าปฏิบัติตามโอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ ข้อ ?
ก. คนมีสติ
ข. คนมีปัญญา
ค. คนมีความรู้
ง. คนมีความคิด

๑๕. โอวาทของพระพุทธเจ้าข้อว่า “ไม่ทำความชั่ว” ตรงกับข้อใด ?
ก. ศีล
ข. สมาธิ
ค. ปัญญา
ง. ไตรสิกขา

๑๖. ทำอย่างไร ถึงจะไม่ตกไปในที่ชั่ว ?
ก. ปฏิบัติตามกฎหมาย
ข. ปฏิบัติตามครูสอน
ค. ปฏิบัติตามใจตน
ง. ปฏิบัติตามธรรม

๑๗. ข้อใด จัดเป็นกายทุจริต ?
ก. สั่งให้ฆ่า
ข. สั่งให้ซื้อเสียง
ค. สั่งให้สอบประวัติ
ง. สั่งให้สร้างสถานการณ์

๑๘. การพูดสร้างสถานการณ์ ให้คนเข้าใจผิด จัดเป็นทุจริตอะไร ?
ก. กายทุจริต
ข. วจีทุจริต
ค. มโนทุจริต
ง. ถูกทุกข้อ

๑๙. สำนวนว่า “ยุแยงตะแคงรั่ว” ตรงกับข้อใด ?
ก. พูดเท็จ
ข. พูดคำหยาบ
ค. พูดส่อเสียด
ง. พูดเพ้อเจ้อ

๒๐. คนประเภทใด ทำสังคมให้เกิดความแตกแยก ?
ก. คนพูดให้ทะเลาะกัน
ข. คนปั้นน้ำเป็นตัว
ค. คนพูดกลับไปกลับมา
ง. คนไม่มีวาจาสัตย์

๒๑. ทำอย่างไร คำพูดของคนพาลจึงจะไร้ค่า ?
ก. อย่าใส่ใจ
ข. พิจารณาเหมือนลมพัด
ค. เก็บไว้ในใจ
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก

๒๒. “พลั้งปากเสียศีล พลั้งตีนตกต้นไม้” เป็นทุจริตอะไร ?
ก. กายทุจริต
ข. วจีทุจริต
ค. มโนทุจริต
ง. ถูกทุกข้อ

๒๓. ผู้ไม่คิดร้ายทำลายคนอื่นให้เดือดร้อน ชื่อว่าประพฤติสุจริตใด ?
ก. กายสุจริต
ข. วจีสุจริต
ค. มโนสุจริต
ง. ถูกทุกข้อ

๒๔. ข้อใด ไม่ใช่ลักษณะของความหลงงมงาย ?
ก. เชื่อผู้รู้ใกล้ตัว
ข. เชื่อเหตุผล
ค. เชื่อเรื่องเปลี่ยนชื่อ
ง. เชื่อมั่นตัวเอง

๒๕. ข้อใด เป็นมูลเหตุของการคอรัปชั่น ?
ก. โลภะ
ข. โทสะ
ค. โมหะ
ง. ถูกทุกข้อ

๒๖. ข้อใด ช่วยลดความเห็นแก่ตัว ?
ก. รู้จักพอเพียง
ข. ไม่ยึดมั่นถือมั่น
ค. คิดถึงอกเขาอกเรา
ง. ถูกทุกข้อ

๒๗. อย่างไร ชื่อว่าไม่รอกินบุญเก่า ?
ก. เก็บสมบัติไว้มากๆ
ข. ส่งลูกเรียนสูงๆ
ค. หมั่นบริจาค
ง. เป็นพลเมืองดี

๒๘. การทำบุญข้อใด ลงทุนน้อย แต่กลับได้บุญมาก ?
ก. ทานมัย
ข. สีลมัย
ค. ภาวนามัย
ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก

๒๙. ข้อใด ไม่ใช่ภาวนามัย ?
ก. แผ่เมตตา
ข. ปล่อยสัตว์
ค. ไหว้พระสวดมนต์
ง. ตั้งใจฟังเทศน์

๓๐. การทำบุญบริจาคทาน จัดเข้าในบุญกิริยาวัตถุข้อใด ?
ก. ทานมัย
ข. สีลมัย
ค. ภาวนามัย
ง. ถูกทุกข้อ

๓๑. ข้อใด เป็นเหตุแห่งความเจริญ ?
ก. คบสัตบุรุษ
ข. ฟังและตรองตามท่าน
ค. ปฏิบัติตามธรรม
ง. ถูกทุกข้อ 
 
๓๒. “แข่งเรือแข่งพายพอแข่งได้ แข่งบุญวาสนาแข่งกันไม่ได้” ตรงกับธรรมข้อใด ?
ก. คบหาสัตบุรุษ
ข. ได้ทำบุญไว้ปางก่อน
ค. ตั้งตนไว้ชอบ
ง. อยู่ในประเทศสมควร

๓๓. ข้อใด ตรงกับอัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ ?
ก. สร้างบุญใหม่
ข. กินบุญเก่า
ค. คอยเฝ้าขอพร
ง. อ้อนวอนเทวดา

๓๔. “จะรักษาความเป็นกลางและยุติธรรม” ต้องเว้นอะไร ?
ก. อกุศล
ข. อบายมุข
ค. อคติ
ง. อนันตริยกรรม

๓๕. “คนนี้ไม่ถูกชะตาฉันเลย” ตรงกับอคติข้อใด ?
ก. ฉันทาคติ
ข. โทสาคติ
ค. โมหาคติ
ง. ภยาคติ

๓๖. ปธาน คือความเพียร ๔ อย่าง คือมรรค ๘ ข้อใด ?
ก. สัมมาทิฏฐิ
ข. สัมมาสังกัปปะ
ค. สัมมาวาจา
ง. สัมมาวายามะ

๓๗. ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เป็นอธิษฐานธรรมข้อใด ?
ก. ปัญญา
ข. สัจจะ
ค. จาคะ
ง. อุปสมะ

๓๘. จะบรรลุจุดประสงค์ซึ่งไม่เหลือวิสัยได้ ด้วยธรรมอะไร ?
ก. วุฑฒิ ๔
ข. จักร ๔
ค. อิทธิบาท ๔
ง. ปธาน ๔

๓๙. พรหมวิหารข้อใด ควรแผ่ไปยังสัตว์ทั้งปวง ?
ก. เมตตา
ข. กรุณา
ค. มุทิตา
ง. อุเบกขา

๔๐. ข้อใด มีความหมายตรงกับคำว่า “กรุณา” ?
ก. ปรารถนาให้มีความสุข
ข. ปรารถนาให้พ้นจากทุกข์
ค. พลอยชื่นชมยินดีด้วย
ง. วางตัวเฉยเป็นกลางๆ

๔๑. “ปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สมหวัง” จัดเป็นอริยสัจข้อใด ?
ก. ทุกข์
ข. สมุทัย
ค. นิโรธ
ง. มรรค

๔๒. ข้อใด เป็นอานิสงส์แห่งการฟังธรรม ?
ก. ได้ฟังเรื่องใหม่
ข. บรรเทาความสงสัย
ค. มีความเห็นถูกต้อง
ง. ถูกทุกข้อ
 
๔๓. รู้จักจับจ่ายใช้สอยเก็บหอมรอมริบ เป็นสัปปุริสธรรมข้อใด ?
ก. รู้จักเหตุ
ข. รู้จักผล
ค. รู้จักตน
ง. รู้จักประมาณ

๔๔. “ใจป้ำ คำดี มีกิจเห็น เป็นกันเอง” ตรงกับหลักธรรมข้อใด ?
ก. สังคหวัตถุ
ข. ฆราวาสธรรม
ค. อริยสัจ
ง. อิทธิบาท

๔๕. กินใช้อย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อนัก ไม่ให้ฝืดเคืองนัก คือข้อใด ?
ก. อุฏฐานสัมปทา
ข. อารักขสัมปทา
ค. กัลยาณมิตตตา
ง. สมชีวิตา

๔๖. คนที่ใช้จ่ายเกินตัวเรียกว่า “ติดลบ” เพราะขาดธรรมข้อใด ?
ก. อุฏฐานสัมปทา
ข. อารักขสัมปทา
ค. กัลยาณมิตตตา
ง. สมชีวิตา

๔๗. ข้อใด เป็นความหมายของปิยวาจา ?
ก. พูดหวานปานจะกลืน
ข. พูดไพเราะก่อสามัคคี
ค. พูดแทงใจดำ
ง. พูดตรงไปตรงมา

๔๘. “รู้จักปลง ปล่อยวาง ทำจิตให้ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว” ตรงกับข้อใด ?
ก. สัจจะ
ข. ทมะ
ค. ขันติ
ง. จาคะ

๔๙. “ให้ความเคารพ เชื่อฟัง ช่วยเหลือ เรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ” คือหน้าที่ของใคร ?
ก. บุตรธิดา
ข. ศิษย์
ค. ครูอาจารย์
ง. มารดาบิดา

๕๐. ข้อใด คืออบายมุข “เหตุเครื่องฉิบหาย” ?
ก. ดื่มน้ำเมา เสพสิ่งเสพติด
ข. เที่ยวเตร่ ไม่ทำงาน
ค. เล่นการพนัน คบคนชั่ว
ง. ถูกทุกข้อ



Keine Kommentare: