Donnerstag, 10. Mai 2018

ธัมมปทปาฬิ-แปล_๒๖/ ๘. สหัสสวรรค


. สหสฺสวคฺโค
คาถาธรรมบท สหัสสวรรคที่ ๘
๑๐๐.
สหสฺสมปิ เจ วาจา, อนตฺถปทสญฺหิตา;
เอกํ อตฺถปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติฯ

หากว่าวาจาแม้ตั้งพันประกอบ
ด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์ไซร้
บทอันเป็นประโยชน์บทหนึ่ง
ที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบ ประเสริฐกว่า. (:)

๑๐๑.
สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสญฺหิตา;

เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติฯ

คาถาแม้ตั้งพันประกอบด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์ไซร้
คาถาบทหนึ่งที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบประเสริฐกว่า. (:)


๑๐๒.
โย จ คาถาสตํ ภาเส, อนตฺถปทสญฺหิตา;
เอกํ ธมฺมปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติฯ

ก็บุคคลใดพึงกล่าวคาถาประกอบ
ด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์ตั้งร้อย
บทธรรมบทหนึ่งที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบ
ประเสริฐกว่า. (:)

๑๐๓.
โย สหสฺสํ สหสฺเสน, สงฺคาเม มานุเส ชิเน;

เอกญฺจ เชยฺยมตฺตานํ, ส เว สงฺคามชุตฺตโมฯ

บุคคลใดพึงชนะหมู่มนุษย์ตั้งพันคูณด้วยพัน ในสงคราม 
บุคคลนั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้ชนะอย่างสูงในสงคราม
ส่วนบุคคลใดพึงชนะตนผู้เดียว บุคคลนั้นแล
ชื่อว่าเป็นผู้ชนะอย่างสูงสุดในสงคราม. (:)

๑๐๔.
อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย, ยา จายํ อิตรา ปชา;

อตฺตทนฺตสฺส โปสสฺส, นิจฺจํ สญฺญตจาริโนฯ

๑๐๕.
เนว เทโว น คนฺธพฺโพ, น มาโร สห พฺรหฺมุนา;
ชิตํ อปชิตํ กยิรา, ตถารูปสฺส ชนฺตุโนฯ

ตนแลอันบุคคลชนะแล้วประเสริฐ ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้ๆ
อันบุคคลชนะแล้วจักประเสริฐอะไร, เพราะว่า เทวดา
คนธรรพ์ มารกับทั้งพรหม พึงทำความชนะ(ของบุรุษ
ผู้มีตนอันฝึกแล้ว มีปกติประพฤติสำรวมเป็นนิตย์)
ผู้เป็นสัตว์เกิดเห็นปานนั้นให้กลับแพ้ไม่ได้. (:,)

๑๐๖.
มาเส มาเส สหสฺเสน, โย ยเชถ สตํ สมํ;

เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ, มุหุตฺตมปิ ปูชเย;

สา เยว ปูชนา เสยฺโย, ยญฺเจ วสฺสสตํ หุตํฯ

ก็การบูชาของผู้ที่บูชาท่านผู้มีตนอันอบรมแล้วคนหนึ่ง
แม้เพียงครู่หนึ่ง ประเสริฐกว่าการบูชาของผู้ที่
บูชาด้วยทรัพย์พันหนึ่งตลอดร้อยปีเสมอทุกเดือนๆ
การบูชาตั้งร้อยปีนั้นจะประเสริฐอะไร. (:)

๑๐๗.
โย จ วสฺสสตํ ชนฺตุ, อคฺคึ ปริจเร วเน;

เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ, มุหุตฺตมปิ ปูชเย;
สา เยว ปูชนา เสยฺโย, ยญฺเจ วสฺสสตํ หุตํฯ

ก็การบูชาของผู้ที่บูชาท่านผู้มีตนอันอบรมแล้วคนหนึ่งแล
แม้เพียงครู่หนึ่ง ประเสริฐกว่าผู้บำเรอไฟในป่าตั้งร้อยปี
การบำเรอไฟตั้งร้อยปีนั้น จะประเสริฐอะไร. (:)

๑๐๘.
ยงฺกิญฺจิ ยิฏฺฐํ ว หุตํ ว โลเก,
สํวจฺฉรํ ยเชถ ปุญฺญเปกฺโข;

สพฺพํปิ ตํ น จตุภาคเมติ,
อภิวาทนา อุชุคเตสุ เสยฺโยฯ

บุคคลผู้มุ่งบุญพึงบูชายัญที่บุคคลเซ่นสรวงแล้ว
และยัญที่บุคคลบูชาแล้ว อย่างใดอย่างหนึ่งในโลก
ตลอดปีหนึ่ง, ยัญที่บุคคลเซ่นสรวงแล้ว และยัญที่บุคคล
บูชาแล้ว [ทาน] นั้น แม้ทั้งหมด ย่อมไม่ถึงส่วนที่ ๔
แห่งการอภิวาทในท่านผู้ดำเนินไปตรงทั้งหลาย
การอภิวาทในท่านผู้ดำเนินไปตรงทั้งหลาย ประเสริฐกว่า. (:)

๑๐๙.
อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน;

จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ, อายุ วณฺโณ สุขํ พลํฯ

ธรรม ๔ ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ
ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้มีการอภิวาทเป็นปกติ
ผู้อ่อนน้อมต่อผู้เจริญเป็นนิตย์. (:๑๐)

๑๑๐.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว, ทุสฺสีโล อสมาหิโต;
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, สีลวนฺตสฺส ฌายิโนฯ

ก็บุคคลผู้มีศีลเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียว ประเสริฐ
กว่าบุคคลผู้ทุศีล มีจิตไม่มั่นคง มีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี. (:๑๑)

๑๑๑.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว, ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต;
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโนฯ

ก็บุคคลผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่า
บุคคลผู้ไร้ปัญญามีจิตไม่มั่นคง มีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี. (:๑๒)

๑๑๒.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว, กุสีโต หีนวีริโย;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, วิริยํ อารภโต ทฬฺหํฯ

ก็บุคคลผู้ปรารภความเพียรมั่น มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่า
บุคคลผู้เกียจคร้านมีความเพียรอันเลว มีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี. (:๑๓)

๑๑๓.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ อุทยพฺพยํ;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต อุทยพฺพยํฯ

ก็บุคคลผู้พิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและเสื่อมไป
มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่าบุคคล ผู้ไม่พิจารณา
เห็นความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปมีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี. (:๑๔)

๑๑๔.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ อมตํ ปทํ;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต อมตํ ปทํฯ

ก็บุคคลผู้พิจารณาเห็นอมตบท มีชีวิตอยู่วันเดียว ประเสริฐ
กว่าบุคคลผู้ไม่พิจารณาเห็นอมตบทมีชีวิตอยู่ร้อยปี. (:๑๕)

๑๑๕.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ ธมฺมมุตฺตมํ;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต ธมฺมมุตฺตมํฯ

 

สหสฺสวคฺโค อฏฺฐโม นิฏฺฐิโต

ก็บุคคลผู้พิจารณาเห็นธรรมอันสูงสุด มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐ
กว่าบุคคล ผู้ไม่พิจารณาเห็นธรรมอันสูงสุดมีชีวิตอยู่ร้อยปี. (:๑๖)

จบสหัสสวรรคที่ ๘

Keine Kommentare: