Dienstag, 26. März 2019

ปัญหาและเฉลย(วิชาธรรม) นักธรรมชั้นตรี ปี 2546



ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ .. พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖

๑.
๑.๑ โลกเดือดร้อนวุ่นวาย เพราะขาดธรรมอะไร ?
๑.๒ บุคคลมีกาย วาจา ใจ งดงาม เพราะปฏิบัติธรรมอะไร ?
ตอบ:
๑.๑ เพราะขาดธรรมคุ้มครองโลก ๒ อย่าง คือ
๑) หิริ ความละอายแก่ใจ
๒) โอตตัปปะ ความเกรงกลัว ฯ
๑.๒ เพราะปฏิบัติธรรมอันทำให้งาม ๒ อย่าง คือ
๑) ขันติ ความอดทน
๒) โสรัจจะ ความเสงี่ยม ฯ
๒.
๒.๑ รัตนะ ๓ มีอะไรบ้าง ?
๒.๒ รัตนะ ๓ นั้น มีคุณอย่างไร ?

ตอบ:
๒.๑ มี พระพุทธ ๑ พระธรรม ๑ พระสงฆ์ ๑ ฯ
๒.๒ มีคุณอย่างนี้ คือ
๑) พระพุทธเจ้ารู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เองก่อนแล้ว สอนผู้อื่นให้รู้ตาม
๒) พระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว
๓) พระสงฆ์ปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
สอนผู้อื่นให้กระทำตาม ฯ


๓.
๓.๑ ธรรมเป็นดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ เรียกว่าอะไร ?
๓.๒
ปุพฺเพกตปุญฺตา หมายความว่าอย่างไร ?
ตอบ:
๓.๑ เรียกว่า จักรธรรม ฯ
๓.๒ หมายความว่า ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน ฯ


๔.
๔.๑ ปธาน ๔ มีอะไรบ้าง ?
๔.๒ เพียรระวังตนให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติด จัดเข้าในปธานข้อไหน ?
ตอบ:
๔.๑ มี ๑) สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน
๒) ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว
๓) ภาวนาปธาน เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน
๔) อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อม ฯ
๔.๒ จัดเข้าในสังวรปธาน ฯ


๕.
จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ ?
๕.๑ ปัจจยปัจจเวกขณะ
๕.๒ อภิณหปัจจเวกขณะ
ตอบ:
๕.๑ ปัจจยปัจจเวกขณะ คือ พิจารณาเสียก่อนจึงบริโภคปัจจัย ๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช ไม่บริโภคด้วยตัณหา ฯ
๕.๒ อภิณหปัจจเวกขณะ คือ พิจารณาทุก ๆ วันว่า เรามีความแก่ มีความเจ็บมีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ เจ็บ ตายไปได้ เราต้อง
พลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น เรามีกรรมเป็นของ ๆ ตน เราทำดี จักได้ดี ทำชั่ว จักได้ชั่ว ฯ


๖.
๖.๑ ธาตุกัมมัฏฐาน มีอะไรบ้าง ?
๖.๒ กำหนดพิจารณาอย่างไร เรียกว่า ธาตุกัมมัฏฐาน ?
ตอบ:
๖.๑ มี ๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ฯ
๖.๒ กำหนดพิจารณากายนี้ ให้เห็นว่าเป็นแต่เพียงธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ประชุมกันอยู่ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เรียกว่า ธาตุกัมมัฏฐาน ฯ


๗.
๗.๑ พาหุสัจจะ หมายความว่าอย่างไร ?
๗.๒ พาหุสัจจะ เป็นอริยทรัพย์อย่างหนึ่งนั้น อธิบายอย่างไร ?
ตอบ:
๗.๑ หมายความว่า ความเป็นผู้เคยได้ยินได้ฟังมามาก ฯ
๗.๒ อธิบายว่า พาหุสัจจะ คือความเป็นผู้เคยได้ยินได้ฟังมามากนั้น ได้ชื่อว่าอริยทรัพย์ เพราะเป็นเหตุให้ได้อิฏฐผล มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และไมตรี เป็นต้น ทั้งไม่เป็นภาระแก่เจ้าของ และที่ดีพิเศษกว่าทรัพย์สินเงินทองทั่วไป คือ ยิ่งใช้ยิ่งมี ฯ


๘.
๘.๑ สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ ดำริอย่างไร ?
๘.๒ มรรคมีองค์ ๘ ข้อใดบ้างสงเคราะห์เข้าในสีลสิกขา ?
ตอบ:
๘.๑ คือ ดำริจะออกจากกาม ๑
ดำริในอันไม่พยาบาท ๑
ดำริในอันไม่เบียดเบียน ๑ ฯ
๘.๒ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีวิตชอบ สงเคราะห์เข้าในสีลสิกขา ฯ


๙.
๙.๑ บุคคลผู้สามารถยึดเหนี่ยวน้ำใจคนอื่นไว้ได้ เพราะตั้งอยู่ในธรรมอะไร ?
๙.๒ ธรรมในข้อ ๙.๑ นั้น มีอะไรบ้าง ?
ตอบ:
๙.๑ ในสังคหวัตถุ ๔ ฯ
๙.๒ มี ๑) ทาน ให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน
๒) ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน
๓) อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
๔) สมานัตตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว ฯ


๑๐.
๑๐.๑ อบายมุข คืออะไร ?
๑๐.๒ ดื่มน้ำเมามีโทษอย่างไรบ้าง ?
ตอบ:
๑๐.๑ คือ เหตุเครื่องฉิบหาย ฯ
๑๐.๒ มีโทษ ๖ อย่าง คือ
๑) เสียทรัพย์
๒) ก่อการทะเลาะวิวาท
๓) เกิดโรค
๔) ถูกติเตียน
๕) ไม่รู้จักอาย
๖) ทอนกำลังปัญญา ฯ

ผู้ออกข้อสอบ
:
๑. พระธรรมกวี
วัดราชาธิวาสวิหาร


๒. พระเทพรัตนสุธี
วัดปทุมคงคา


๓. พระราชวรมุนี
วัดดุสิดาราม
ตรวจ/ปรับปรุง
:
สนามหลวงแผนกธรรม






Keine Kommentare: